Thursday, 23 June 2016

You dirty rats




You dirty rats
A Canbera man walks into a second hand  store and notices a lifelike bronze statue of a rat.
It has no price tag, but is so striking he decides he must have it.
He takes the statue to the owner and asks, “How much for the bronze rat?”
“It’s $12 for the rat and an extra $100 for the story,” says the owner.
The intrigued tourist gives the man $12 and says, “I’ll just take the rat, you can keep the story.”
As he walks down the street carrying his bronze rat, he notices a few real rats have crawled out of the alleys and sewers and begun following him down the street.
The man starts walking faster, but Within a couple of blocks, the number of rodents behind him has grown to hundreds.
He starts to jog toward Lake Burley Griffin, looking round to see the
rats now number in the thousands
and are racing after him.
Scared, he runs to the edge of
the lake and throws the bronze rat
as far out into the water as he can.
Amazingly, the horde of rats jump into the lake after it and are all drowned.
The shaken man walks back to the shop where the bemused owner greets him with, “Aha! You’ve come back for the story?”
“Nah, mate,” says the man. “I came back to see if you have a bronze politician.”
— .................................................
You dirty rats มึง..ไอ้หนูสกปรก วลีนี้ มีชื่อเสียงโด่งดัง มาจากหนังโบราณ ฝรั่งจะรู้ คนไทยไม่ต้องไปรู้มันหรอก แค่แปลก็รู้ว่า มันต้องมีความหมายที่ไม่ดีแน่นอน ..เมื่ออ่านจบแล้ว จะเข้าใจมากกว่านี้ 
A Canbera man ชายคนหนึ่งที่อาศัยในเมือง แคนเบอร์ร่า (เป็นเมืองหลวงของออสเตรเลีย ที่มี รัฐสภา อยู่ที่นั่น ..เรียกว่าเมืองของนักการเมืองนั่นเอง )
walks into เดินเข้าไปใน
a second hand store ร้านขายของเก่า หรือร้านขายของมือสองแห่งหนึ่ง
 and notices แล้วก็สังเกตุเห็น
a lifelike bronze statue รูปปั้นบรอนซ์ ที่ดูเหมือนมีชีวิต
( lifelike ไล๊ฟ ไล้ค์ แปลว่า ดูเหมือนมีชีวิต)
of a rat. ของหนูตัวหนึ่ง
It has no
มันไม่มี
 price tag, ป้ายติดราคา
 but แต่ว่า
is so striking มันโดนใจมาก
( striking  สไตร๊ค์กิ้งแปลว่าฟาด ทุบตี หรือเห็นแล้วหลงรัก . )

 he decides เขาตัดสินใจ
he must have it. ว่าเขาต้องเอามันมาครอบครองให้ได้
He takes
เขาเอา
the statue รูปปั้นอันนั้น
to the owner ไปหาเจ้าของร้าน
and asks, แล้วก็ถามว่า
“How much for ราคาเท่าใหร่สำหรับ
 the bronze rat?” รูปปั้นบรอนซ์หนูตัวนี้
“It’s $12
ราคา สิบสองเหรียญ
for the rat สำหรับรูปปั้นหนูตัวนี้
and an extra $100 แล้วก็อีกร้อยเหรียญพิเศษสำหรับ
for the story,” สำหรับเรื่องราวความเป็นมาของมัน
says the owner. เจ้าของร้านบอก
The intrigued tourist
  นักท่องเที่ยวที่กำลังเกิดความสนใจตระหงิดๆ
( intrigued อินทรี๊ก แปลว่าสนใจตระหงิดๆ )
 gives the man เอาเงินให้ชายคนนั้น
$12 สิบสองเหรียญ
and says, แล้วก็บอกว่า
“I’ll just take the rat, ผมเอาแค่หนูตัวนี้
you can keep the story.” คุณเก็บเรื่องราวของมันไว้เถอะ
As he walks
ขณะที่เขาเดิน
down the street ไปตามถนน
carrying ในมือก็อุ้ม
his bronze rat, รูปปั้นหนูที่เป็นบรอนซ์ของเขา
he notices เขาสังเกตุเห็น
a few real rats มีหนูจริงๆสองสามตัว
have crawled คลานออกมา
out of the alleys จากตรอกซอกซอย
 and sewers และท่อระบายนํ้า
and begun แล้วก็เริ่ม
 following him เดินตามเขา
 down the street. ไปตามถนน
The man ชายคนนั้น
starts เริ่ม
walking faster, เดินเร็วถี่ขึ้น
 but แต่ทว่า
Within a couple of blocks, ภายในสองสามช่วงตึก
 the number จำนวน
of rodents ของหนู
(rodents โรเด้น = rats )
 behind him ที่ตามหลังเขามา  
has grown เพิ่มจำนวน
(grown โกรน มาจาก grow โกร ที่แปลว่าเจริญเติบโต ใช้กับต้นไม่ใช้กับคน ใช้กับจำนวนได้ทั้งนั้น grown เป็น past tense เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่า ที่ผ่านมาแล้ว)
 to hundreds. เป็นร้อย
He starts to jog
เขาเริ่มวิ่งเหยาะๆ
toward ไปทาง
Lake Burley Griffin, ทะเลสาปเบอรรี่ กริฟฟิ่น
(Burley Griffin เป็นชื่อของคนอเมริกัน ที่ออกแบบสร้างเมืองแคนเบอรร่า ทะเลสาปอันนี้เค้าก็ออกแบบให้ขุด)
looking around เหลียวมองไปรอบๆ
to see the rats ก็เห็นหนู
now ที่ตอนนี้
number in the thousands มีจำนวนเป็นพันแล้ว
and
และก็
are กำลัง
racing after him. วิ่งตามเค้ามา
Scared,
อ่านว่า สะแก แปลว่า สุดจะผวา
he runs to เขาวิ่งไปที่
 the edge of ริมตลิ่งของ
the lake
ทะเลสาป
and throws แล้วก็โยน
the bronze rat รูปปั้นหนูที่เป็นบรอนซ์นั่น
as far out
ออกไปใกลที่สุด
into the water ให้ตกลงไปในนํ้า
 as he can. เท่าที่เขาจะทำได้
Amazingly,
อัศจรรย์อย่างไม่น่าเชื่อ
 the horde of rats ฝูงหนูเหล่านั้น
 jump into พากันกระโดดตามลงไปใน
the lake ทะเลสาป
after it  ตามรูปปั้นนั้นไป
and are all drowned. แล้วพวกมันทั้งหมดก็จมนํ้าตาย
The shaken man
ชายคนที่อกสั่นขวัญแขวนคนนั้น
walks back เดินกลับ
to the shop ไปที่ร้าน
where ที่ซึ่ง
the bemused owner เจ้าของร้านที่กำลังแปลกใจ
 greets him with,พูดจาต้อนรับว่า
 “Aha! ฮะฮ้า
You’ve come back คุณกลับมา
 for the story?” เพื่อจะมาฟังเรื่องราวของมันใช้มั๊ย
“Nah, mate,”
ไม่ใช่หรอกเพื่อน
 says the man. ชายคนนั้นตอบ
“I came back ผมกลับ
to see มาดู
if you have เผื่อว่าคุณจะมี
a bronze politician.” รูปปั้นบรอนซ์ ที่เป็นนักการเมือง
— .........................................






Friday, 17 June 2016

Good manners

หลุมดําของการเรียนภาษาอังกฤษคือ ไวยากรณ์และกิริยาสามช่อง ที่บรรดาอาจารย์ที่หากินทางสอนภาษาอังกฤษพากันเอามาเป็นจอบเสียมในการขุดทองหากินจากเหมืองทอง( คนที่อยากเรียนภาษาอังกฤษ ) พวกนี้จะพาวนไปเวียนมาในเขาวงกต สอนกูๆกาๆ ที่ชาตินี้ก็ไม่สามารถใช้ภาษาได้ แค่ให้ลูกศิษย์ท่องจําศัพท์ภาษาอังกฤษที่เมื่อใหร่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ใช้ ถึงเวลาจะใช้ก็ใช้ไม่ถูก ก็ทําให้พวกนี้รํ่ารวยไม่รู้เรื่องแล้ว  อย่ากระนั้นเลยเรามาอ่านกันเป็นเรื่องเป็นราว ให้มันซึมเข้าสมองแบบเพลิดเพลินไม่รู้ตัวจะดีกว่า 
       แม่ของเด็กฝรั่งเอาหนังสือที่อ่านแล้วไม่เบื่อ มาอ่านให้เด็กฟังตั้งแต่แรกเกิด พอเด็กพูดได้ ก็ใช้ภาษาถูกต้องตามไวยากรณ์ โดยไม่รู้จักไวยากรณ์เลย นี่คือเรื่องจริง          เรื่องที่เอามาแปลให้อ่านแบบนี้ มีเป็นหมื่นเป็นแสนไม่มีวันหมด แถมยังไม่ซํ้ากันอีกด้วย เสียดายผมแยกร่างไม่ได้ โจ๊กที่แปลมานี้ เป็นเรื่องที่ 511 แล้ว
Good manners
Two Englishmen make it to a deserted island after their plane goes down in a terrible storm. They live there for six years,
surviving on fish and coconuts, before being rescued.
When they’re back in England, the
authorities ask why they never spoke to each other once during the whole six years.
One of them politely answers, “No-one introduced us.”
............................................





Good manners แปลว่ามารยาทดีมาก
Two Englishmen ชายชาวอิงกลิชสองคน

make it to กระเสือกกระสนไปจนถึง
a deserted island เกาะที่รกร้างว่างเปล่าไม่มีคนอยู่อาศัยเกาะหนึ่ง
after หลังจาก
their plane เครื่องบินของเขา
goes down ตก
in a terrible storm. ท่ามกลางพายุที่น่ากลัว
They live there ทั้งคู่อยู่ที่นั่น
for six years, ถึงหกปี
surviving 
on มีชีวิตรอดมาด้วย
fish and coconuts, ปลากับมะพร้าว
 before ก่อนที่จะ
being rescued. ได้รับการช่วยเหลือ 
When เมื่อ
they’re back in England, ทั้งคู่กลับมาถึงประเทศอังกฤษ
 the authorities ทางการ
ask ถามว่า
why they never ทําใมทั้งคู่ไม่เคย
 spoke to each other once พูดกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว

during ระหว่าง(ที่อยู่ด้วยกัน )
the whole six years. หกปีเต็มๆ
One of them หนึ่งในนั้น

 politely answers, ตอบอย่างสุภาพว่า
 “No-one มันไม่มีใคร
introduced us.” มาแนะนําให้เรารู้จักกัน(อย่างเป็นทางการ )
............................................

Good manners

หลุมดําของการเรียนภาษาอังกฤษคือ ไวยากรณ์และกิริยาสามช่อง ที่บรรดาอาจารย์ที่หากินทางสอนภาษาอังกฤษพากันเอามาเป็นจอบเสียมในการขุดทองหากินจากเหมืองทอง( คนที่อยากเรียนภาษาอังกฤษ ) พวกนี้จะพาวนไปเวียนมาในเขาวงกต สอนกูๆกาๆ ที่ชาตินี้ก็ไม่สามารถใช้ภาษาได้ แค่ให้ลูกศิษย์ท่องจําศัพท์ภาษาอังกฤษที่เมื่อใหร่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ใช้ ถึงเวลาจะใช้ก็ใช้ไม่ถูก ก็ทําให้พวกนี้รํ่ารวยไม่รู้เรื่องแล้ว  อย่ากระนั้นเลยเรามาอ่านกันเป็นเรื่องเป็นราว ให้มันซึมเข้าสมองแบบเพลิดเพลินไม่รู้ตัวจะดีกว่า 
       แม่ของเด็กฝรั่งเอาหนังสือที่อ่านแล้วไม่เบื่อ มาอ่านให้เด็กฟังตั้งแต่แรกเกิด พอเด็กพูดได้ ก็ใช้ภาษาถูกต้องตามไวยากรณ์ โดยไม่รู้จักไวยากรณ์เลย นี่คือเรื่องจริง          เรื่องที่เอามาแปลให้อ่านแบบนี้ มีเป็นหมื่นเป็นแสนไม่มีวันหมด แถมยังไม่ซํ้ากันอีกด้วย เสียดายผมแยกร่างไม่ได้ โจ๊กที่แปลมานี้ เป็นเรื่องที่ 511 แล้ว
Good manners
Two Englishmen make it to a desert island after their plane goes down in a terrible storm. They live there for six years,
surviving on fish and coconuts, before being rescued.
When they’re back in England, the
authorities ask why they never spoke to each other once during the whole six years.
One of them politely answers, “No-one introduced us.”
............................................





Good manners แปลว่ามารยาทดีมาก
Two Englishmen ชายชาวอิงกลิชสองคน

make it to กระเสือกกระสนไปจนถึง
a desert island เกาะที่รกร้างว่างเปล่าไม่มีคนอยู่อาศัยเกาะหนึ่ง
after หลังจาก
their plane เครื่องบินของเขา
goes down ตก
in a terrible storm. ท่ามกลางพายุที่น่ากลัว
They live there ทั้งคู่อยู่ที่นั่น
for six years, ถึงหกปี
surviving 
on มีชีวิตรอดมาด้วย
fish and coconuts, ปลากับมะพร้าว
 before ก่อนที่จะ
being rescued. ได้รับการช่วยเหลือ 
When เมื่อ
they’re back in England, ทั้งคู่กลับมาถึงประเทศอังกฤษ
 the authorities ทางการ
ask ถามว่า
why they never ทําใมทั้งคู่ไม่เคย
 spoke to each other once พูดกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว

during ระหว่าง(ที่อยู่ด้วยกัน )
the whole six years. หกปีเต็มๆ
One of them หนึ่งในนั้น

 politely answers, ตอบอย่างสุภาพว่า
 “No-one มันไม่มีใคร
introduced us.” มาแนะนําให้เรารู้จักกัน(อย่างเป็นทางการ )
............................................

Good manners

หลุมดําของการเรียนภาษาอังกฤษคือ ไวยากรณ์และกิริยาสามช่อง ที่บรรดาอาจารย์ที่หากินทางสอนภาษาอังกฤษพากันเอามาเป็นจอบเสียมในการขุดทองหากินจากเหมืองทอง( คนที่อยากเรียนภาษาอังกฤษ ) พวกนี้จะพาวนไปเวียนมาในเขาวงกต สอนกูๆกาๆ ที่ชาตินี้ก็ไม่สามารถใช้ภาษาได้ แค่ให้ลูกศิษย์ท่องจําศัพท์ภาษาอังกฤษที่เมื่อใหร่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ใช้ ถึงเวลาจะใช้ก็ใช้ไม่ถูก ก็ทําให้พวกนี้รํ่ารวยไม่รู้เรื่องแล้ว  อย่ากระนั้นเลยเรามาอ่านกันเป็นเรื่องเป็นราว ให้มันซึมเข้าสมองแบบเพลิดเพลินไม่รู้ตัวจะดีกว่า 
       แม่ของเด็กฝรั่งเอาหนังสือที่อ่านแล้วไม่เบื่อ มาอ่านให้เด็กฟังตั้งแต่แรกเกิด พอเด็กพูดได้ ก็ใช้ภาษาถูกต้องตามไวยากรณ์ โดยไม่รู้จักไวยากรณ์เลย นี่คือเรื่องจริง          เรื่องที่เอามาแปลให้อ่านแบบนี้ มีเป็นหมื่นเป็นแสนไม่มีวันหมด แถมยังไม่ซํ้ากันอีกด้วย เสียดายผมแยกร่างไม่ได้ โจ๊กที่แปลมานี้ เป็นเรื่องที่ 511 แล้ว
Good manners
Two Englishmen make it to a desert island after their plane goes down in a terrible storm. They live there for six years,
surviving on fish and coconuts, before being rescued.
When they’re back in England, the
authorities ask why they never spoke to each other once during the whole six years.
One of them politely answers, “No-one introduced us.”
............................................





Good manners แปลว่ามารยาทดีมาก
Two Englishmen ชายชาวอิงกลิชสองคน

make it to กระเสือกกระสนไปจนถึง
a desert island เกาะที่รกร้างว่างเปล่าไม่มีคนอยู่อาศัยเกาะหนึ่ง
after หลังจาก
their plane เครื่องบินของเขา
goes down ตก
in a terrible storm. ท่ามกลางพายุที่น่ากลัว
They live there ทั้งคู่อยู่ที่นั่น
for six years, ถึงหกปี
surviving 
on มีชีวิตรอดมาด้วย
fish and coconuts, ปลากับมะพร้าว
 before ก่อนที่จะ
being rescued. ได้รับการช่วยเหลือ 
When เมื่อ
they’re back in England, ทั้งคู่กลับมาถึงประเทศอังกฤษ
 the authorities ทางการ
ask ถามว่า
why they never ทําใมทั้งคู่ไม่เคย
 spoke to each other once พูดกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว

during ระหว่าง(ที่อยู่ด้วยกัน )
the whole six years. หกปีเต็มๆ
One of them หนึ่งในนั้น

 politely answers, ตอบอย่างสุภาพว่า
 “No-one มันไม่มีใคร
introduced us.” มาแนะนําให้เรารู้จักกัน(อย่างเป็นทางการ )
............................................

Thursday, 16 June 2016

The giving type





The giving type
THERE’S a homeless gentleman who lives in a battered old shed near me.
He’s always smiling.
The other day I asked, What’s the secret of happiness mate?”
The fella replied, “Throw away all your possessions mate!”
“How can that make you happy?”
He said “I need your telly and DVD player for my shed!” 
........................................................
The giving type
แปลว่า แบบอย่างของการให้ หรือบริจาค ที่มีทั้งออกนาม หรือไม่ประสงค์จะออกนาม หรือบริจาคช่วยศาสนา หรือบริจาคช่วยสังคม หรือการแพทย์ สารพัด เรื่องนี้ เป็นการช่วยแบบใหน มาดูกัน
There’s  มันมี
a homeless gentleman ชายไร้บ้านที่นิสัยดี
 who lives ผู้ซึ่งอาศัยอยู่
in a battered old shed ในเพิงเก่าๆที่ซกมก
(battered แบ๊ตเตอร์ แปลว่าแป้งที่ชุบไก่ทอด หรือปลาทอด หรือแปลว่า แปะชุ่ย แบบเพิงหมาแหงนในเรื่องนี้ )
near me. ใกล้บ้านผม
He’s always smiling.
เป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดีอยู่เสมอ
The other day
เมื่อวันก่อน
 I asked,ผมถามแก
 What’s the secret อะไรคือเคล็ดลับ
of happiness mate?” ของความสุขของคุณ
The fella replied,
แกตอบว่า
 “Throw away โยนมันทิ้งไป (สละสมบัติไม่ยึดติด )
all ทุกอย่าง
your possessions ที่เป็นสมบัติของคุณ ( เหมือนออกบวช )
 mate!” ซิเพื่อน
“How can that
แล้วไอ้นั่นมันจะ
 make you happy?” ทำให้คุณมีความสุขได้อย่างไร
He said
แกบอกว่า
“I need กูต้องการ
your telly โทรทัศน์ของมึง
(telly เทลลี่ ย่อมาจาก Television หรือTV  )
and DVD player พร้อมด้วยเครืองเล่น ดีวีดี
for my shed!” เอามาไว้ในเพิงหมาแหงนของกู